Rent a SpaceLogin

ชวนไป Ecosystem Tour ที่อังกฤษ กับ Lotus Hackathon 2018

เรื่องและภาพ: Sakulthong Thongnongbua



ทริปนี้อาจจะเริ่มต้นด้วยความโชคร้าย เพราะเราพลาดโอกาสในการดูงานที่ ‘Tesco LAB’ ที่ประเทศอังกฤษ แต่ตลอดทริปกลับเต็มไปด้วยเรื่องราวดีๆ ทั้งที่เราเดินทางถึงอังกฤษช้ากว่าพี่ๆ คนอื่นๆ ในทีมถึง 3 วัน การพลาดโอกาสครั้งนี้ถือเป็นความผิดพลาดที่น่าเสียดายอย่างยิ่งสำหรับคนตัวเล็กๆ อย่างเราที่อดเข้าไปดูระบบและการทำงานใน LAB ของ Tesco  แต่ไหนก็มีโอกาสมาถึงที่นี่แล้วๆ เลยแก้เกมส์โดยการสร้างโหมดความสนุกให้กับตัวเองใหม่ เปลี่ยนเป็นทริปนี้เป็นทริปเก็บแลนด์มาร์คสำคัญแทนซะเลย : )

ก่อนจะเข้าเรื่อง เราขอเล่าที่มาของทริปกรุงเทพฯ - ลอนดอนครั้งนี้ก่อนเลย ทริปนี้เป็น ‘Ecosystem Tour’ โดยได้รับการสนับสนุนจากทาง Tesco Lotus เพื่อเปิดโอกาสให้พวกเรา ทีม ‘Tomato Chatbot’ ผู้ชนะการแข่งขัน Tesco Lotus Hackathon 2018 ภายใต้ธีม “ค้าปลีกยุคใหม่ สู่ประเทศไทย 4.0” มาดูงานที่ Tesco LAB ในประเทศอังกฤษพร้อมกับพบปะกับผู้บริหาร Tesco Group ระหว่างวันที่ 10 - 18 พฤษภาคม 2561 ที่ผ่านมา

ซึ่งงาน Tesco Lotus Hackathon 2018 ที่ว่านี้ ถูกจัดขึ้นระหว่างวันที่ 16 - 18 มีนาคม 2561 โดยทาง Tesco Lotus ได้ร่วมมือกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย , NIA , Depa,  HUBBA Thailand และ Techsauce จัดขึ้นเพื่อเปิดโอกาสให้ผู้แข่งขันจากทุกวงการมาร่วมระดมความคิดและสร้างนวัตกรรมที่ตอบโจทย์พฤติกรรมลูกค้ายุคดิจิทัล ส่วนไอเดียที่ชนะการแข่งขันก็จะนำไปต่อยอดธุรกิจค้าปลีกเพื่อพลิกมิติวงการค้าปลีกไทยก้าวสู่ยุค 4.0

ตลอดการแข่งขัน 48 ชั่วโมง ถือเป็นความท้าทายของพวกเราทั้ง 5 คนและเพื่อนร่วมสนามอีก 17 ทีมมากๆ ค่ะ การแข่งขันในครั้งนี้ พวกเรา ‘ทีม Tomato Chatbot’ ได้ตั้งต้นไอเดียเป็น Chatbot เพื่อช่วยให้ลูกค้าสามารถค้นหาสินค้า โดยที่ลูกค้าสามารถสื่อสารได้ทั้งข้อความและรูปภาพ เมื่อลูกค้าต้องการจะซื้อสินค้า ก็สามารถส่งรูปเข้ามาที่ Chatbot ระบบก็จะทำการค้นหาสินค้าที่ลูกค้าต้องการ หรือหากเป็นอาหาร เช่นแกงเขียวหวาน เพียงส่งรูปแกงเขียวหวานเข้า ระบบ Chatbot ก็จะส่งรายละเอียดให้ว่าวัตถุดิบที่ต้องซื้อมีอะไรบ้าง จากนั้นลูกค้าก็สามารถสั่งซื้อสินค้าได้ในทันที นอกจากเงินรางวัลจากการชนะการแข่งขันถึง 400,000 บาทแล้ว เราก็ยังได้สิทธิ์ในการบินมาดูงานที่ Tesco LAB ซึ่งเป็นที่มาของทริปนี้และยังเป็นทริปอังกฤษครั้งแรกของเราด้วยค่ะ

ไหนๆ ก็พลาดโอกาสในการเข้าดูงาน ก็เลยลิสต์สถานที่ที่เป็น Landmark ของ London แทน ตามมาดูเลยค่ะ!

ในวันแรกของทริปนี้ เราตัดสินใจนั่งรถไฟออกนอกเมืองไป Oxford ส่วนอีก 6 วันที่เหลือก็ตามเก็บบรรยากาศตามสถานที่สำคัญทุกย่านในลอนดอน  

ไม่ว่าจะเป็น London Eye

Tower Bridge Camden Town, Natural History Museum, National Gallery,St. Paul’s Cathedral,Windsor Castle รวมไปถึง Westminster Abbey ด้วย

เริ่มต้นที่เช้าวันแรก เรานัดเจอเพื่อนเพื่อไปชิมชาแถว king’s collage  สายๆ ก็แวะไปดูหนังสือที่ร้านหนังสือในตำนาน Daunt Books ที่ย่าน Soho แล้วก็หอบหนังสือไปนอนอ่านรอพระอาทิตย์ตกที่ Hyde Park จากนั้นก็เดินชมเมืองแถว Regent’s Street ต่อไปถึง Oxford street พอเริ่มมืดนัดดื่มเบียร์กับเพื่อนที่ย่าน King's cross เป็นอันจบทริปนอกเมืองค่ะ

วันที่สองเราได้มีโอกาสไปเดินเล่นในย่าน Chealsea street ตลอดครึ่งเช้าเลย เราเดินจากย่าน Harrod มา ตลอดข้างทางมีอะไรให้ดูไม่มีเบื่อเลย
นอกจากนี้ยังได้เจอกับบรรดาคนดัง-เซเลปที่เดินทางมาร่วมพิธีอภิเสกสมรสด้วย ในใจนี้ตื่นเต้นมากแต่ต้องเก็บอาการนี้ดดนึง
กรี๊ดแรงไม่ได้นะคะ เพราะเราก็ต้อง Keep look 5555 +

การไปลอนดอนครั้งแรกในชีวิตของเราครั้งนี้ นับเป็นความโชคดีมากๆ เป็นช่วงที่ตรงกับงานพิธีอภิเษกสมรสของจ้าชายแฮร์รีกับเมแกน มาร์เคิล แหม.. พอเล่ามาถึงตรงนี้แล้วอยากให้ทุกคนคิดภาพตาม พร้อมเปิดเพลง Can you feel the love tonight ตามธีมของงานเลยนะคะ :p

ในช่วงนั้นบรรยากาศในเมืองน่ารักมากเพราะทุกคนออกมาดื่มและสังสรรค์ ถึงแม้งานแต่งจะจัดอยู่  House of Windsor  แต่บรรยากาศหน้าพระราชวังบักกิงแฮมก็เต็มไปด้วยความรักไม่แพ้กันเลย

ส่วนไฮไลต์ของทริปนี้ คงต้องยกให้กับทริปวันที่สามที่ไปทัวร์สนามฟุตบอล ‘Emirate Stadium’ ค่ะ ถือเป็นอีกหนึ่งความโชคดีของทริปนี้ ที่ระหว่างเดินทางมาที่นี่ ตอนนั่งเครื่องบินจากเมืองไทยมา เราได้นั่งข้างชายวัยเกือบสูงวัยชื่อคุณ Peter ซึ่งชวนเราคุยตลอดทาง โดยส่วนใหญ่เราจะเป็นฝ่ายฟังมากกว่า ตอนที่เครื่องบินแตะรันเวย์ ก่อนลงจากเครื่องคุณ Peter ถามเราว่าชอบดูบอลหรือเปล่า ถ้าชอบแวะไปเยี่ยมเขาที่ Emirate Stadium ได้นะ ตอนนั้นเป็นโมเมนต์ที่อยากจะกรี๊ดออกมาดังๆ เลยค่ะ

ในวันที่ 3 นี้เลยจัดสรรเวลาและแวะไปเยี่ยมลุง Peter ตามคำชวนเลย ไปถึงสนามฟุตบอลถึงได้รู้ว่าลุง Peter ที่เราเจอบนเครื่องบินนี่แหละเป็นถึง Director ของ Emirate Stadium เชียวหละ แถมลุงให้เพื่อนอดีตนักเตะกองหน้าอย่าง CHARLIE GEORGE พาเดินดูสนาม ไปดูนักบอลซ้อม ขอบอกว่าวันนี้เป็นโมเมนต์ที่ดีที่สุดในชีวิตเลย ฟินมากและขอยกให้อาทิตย์นี้เป็นอาทิตย์ที่ชิคที่สุดของปีนี้เลยก็ว่าได้

ที่ลอนดอน ช่วงเดือนพฤษภาคมเป็นช่วงที่อากาศดี แสงแดดสวย ฟ้าใสมากและนักท่องเที่ยวก็เยอะมากเช่นกัน แต่ก็คงปฎิเสธไม่ได้ด้วยที่เราจะยกให้อังกฤษเป็นเมืองน่าเที่ยวอันดับหนึ่งในใจเรา ขอยกนิ้วให้ตั้งแต่ระบบขนส่งที่เอื้ออำนวยต่อการเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นระบบรถไฟ ระบบรถบัส รวมถึงผังเมืองเองก็เหมาะกับการเดินเที่ยวด้วย ทุกอย่างสามารถชำระได้ง่ายๆ ด้วยการแตะบัตรเครดิตเพราะคนส่วนใหญ่ที่นั่นไม่ใช้เงินสดเลยค่ะ  สะท้อนให้เห็นได้ชัดเลยว่าคนที่นี่นำเราเรื่องการเอาเทคโนโลยีมาใช้เพื่ออำนวยความสะดวกในการใช้ชีวิตไปไกลกว่าเมืองไทยมาก ทุกอย่างดูง่าย สะดวกและรวดเร็ว

นอกจากนี้เราก็มีโอกาสได้เดินสำรวจร้านค้าต่างๆ รวมถึง Tesco ด้วย ซึ่งเราพบว่าราคาสินค้าที่นี่ก็ไม่ต่างจากราคาสินค้าในเมืองไทยมาก และคนที่นี่ก็ยังรักสินค้าโปรโมชั่นเหมือนๆ กันกับเราด้วยค่ะ อย่างเพื่อนเราที่เรียนที่ลอนดอนเอง ก็บอกว่าชอบซื้อข้าวกล่องของ Tesco ตอนลดราคาวันสุดท้าย เพราะช่วยประหยัดเงินค่าอาหารไปเกินครึ่งเลย อาจจะมองว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่การทำให้ลูกค้าติดกลับไปหาร้านเดิมบ่อยถือได้ว่าเป็นกลยุทธ์ที่น่าประทับใจค่ะ สำหรับทริปนี้ต้องขอขอบคุณทาง Tesco Lotus ที่จัดกิจกรรมดีๆ และให้โอกาสดีๆ กับเราแบบนี้ด้วย วันที่แข่ง Hackaton ว่าสนุกแล้ว ตอนชนะได้เงินรางวัลก็ดีใจแล้ว แต่ประสบการณ์ล้ำค่าที่ประเมินราคาไม่ได้ คือการได้มีโอกาสมาทริปที่ลอนดอนในครั้งนี้ค่ะ

พอแชร์ประสบการณ์จากมุมของตัวเองแล้ว ก็พบว่าทริปนี้เราเน้นเที่ยวซะมากกว่า ก็เลยชวนพี่ๆ ในทีมมาเล่าถึงความประทับใจของแต่ละคนด้วย เพราะไหนๆ เราก็พลาดโปรแกรม Ecosystem Tour ของ Tesco Lotus แล้ว เลยอยากฝากพื้นที่ต่อจากนี้ให้สมาชิกคนอื่นๆ ในทีมกันเลยค่ะ‘สำหรับทริปนี้ ทีมเราค่อนข้างโชคดีที่ได้ตารางเดินทางไปลอนดอนในช่วง High Season ช่วงนี้เดือนพฤษภาคมถือว่าเป็นช่วงที่อากาศดีมากๆ ฟ้าโปร่ง แดดออกทุกวัน และที่สำคัญยังเป็นช่วงเวลาแห่งประวัติศาสตร์อันน่าจดจำ เป็นช่วงงานพิธีอภิเษกสมรสระหว่างเจ้าชายแฮร์รีกับเมแกน มาร์เคิล จึงทำให้รู้สึกว่าบรรยากาศของเมืองและคนในช่วงนั้นมีความสุข เราก็เลยพลอยได้รับอานิสงค์ของความสุขนั้นไปด้วย สำหรับการเยือน Tesco ที่ประเทศอังกฤษในครั้งนี้ ทาง Tesco ได้จัดไกด์พิเศษมาดูแลทีมเราโดยเฉพาะ เธอได้อธิบายถึงสถานการณ์ Retail ในประเทศอังกฤษ การแข่งขันรวมถึงโอกาสทางธุรกิจในอนาคตให้ทีมเราฟังอย่างละเอียด อีกทั้งทีมเรายังได้มีโอกาสไปสำรวจแบรนด์ Retail อื่นๆ เพื่อให้เข้าใจในจุดแข็งของแต่ละแบรนด์ว่าต่างกันอย่างไร ส่วนที่เป็น Higlight ของ Ecosystem Tour ครั้งนี้คือ ทางทีมงาน Tesco Lab และทีม Strategy ได้นำเราเข้าสู่โลกอนาคตของ Techonology and Innovation สำหรับ Retail ซึ่งไม่ได้มีแต่ด้าน Hardware และ Software อย่างเดียว ยังได้เปิดโลก Innovation ของธุรกิจด้วย ในเวลาเดียวกัน Tesco ได้เปิด Campus ใหม่เป็นวันแรกในช่วงที่เราไป ซึ่ง Campus นี้เป็นมากกว่าที่ทำงานแบบออฟฟิศทั่วไป เป็นเหมือนแหล่งการเรียนรู้ R&D ในทุกๆ ด้าน ที่คิดเรื่อง Lifestyle ของผู้บริโภคและลูกค้ามาเป็นหลัก เป็นแนวคิดที่ผมเชื่อว่ามีคุณค่าและสามารถนำมาปรับใช้ในการทำงานของตนเองได้” ตริณ - ตฤณ นิลกรณ์ (Developer)

"สำหรับผม การไป Ecosystem Tour กับทาง Lotus ในครั้งนี้ ถือเป็นประสบการณ์ที่ดีที่ได้มีโอกาสเรียนรู้จากธุรกิจค้าปลีกระดับโลกอย่าง Tesco รวมถึงผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ ของ Tesco ด้วย โดยเฉพาะเรื่องการบริหารจัดการเเละวางกลยุทธในองค์กรใหญ่ ผมเชื่อว่าคงไม่ใช่เรื่องง่ายเลย สตาร์ทอัพตัวเล็กๆ อย่างเราจะได้มีโอกาสเข้าถึงมุมมองของ Bigname แบบนี้ได้ง่ายๆ การไปดูงานครั้งนี้ทำให้ผมเปลี่ยนมุมมองไปหลายด้านเหมือนกัน มีหลายอย่างที่เราคิดว่า "ทำได้" หากเราเป็นบริษัทขนาดเล็ก แต่ไอเดียเดียวกันนั้นอาจจะไม่เหมาะสมเลยถ้ามองในมุมขององค์กรขนาดใหญ่ ที่รับผิดชอบ Commodity ของผู้คนจำนวนมาก ยังไงก็ต้องขอบคุณทาง HUBBA  อีกครั้งที่ทำให้พวกเราได้มีโอกาสทดลอง Product ใหม่ๆ เเละมีพื้นที่ได้เเชร์ความคิดของพวกเราให้ Corporate ฟัง หากมีโอกาสหน้าคงได้เข้าไปแจมใน Hackathon อีกเรื่อยๆ ครับ" - ชิน

“การไปดูงานที่ Tesco LAB ที่ประเทศอังกฤษในทริป Ecosystem Tour ครั้งนี้ ผมได้เปิดโลกทัศน์ด้านการพัฒนา เทคโนโลยีเยอะมาก ที่เคยคิดว่า ‘โลกต้องพัฒนาไปข้างหน้า’ ผมถือว่าเป็นความคิดและเป็นคำนิยามแบบผิดๆ ครับ ในทริปนี้ผมได้เห็นโอกาสหลายอย่างและได้เห็นการนำเทคโนโลยีมาสร้างพฤติกรรมการใช้งานแบบใหม่ให้กับมนุษย์ ที่เป็นผู้บริโภค ซึ่งผมเองก็ยอมรับว่ามันยาก ในการสร้างอะไรซักอย่างเพื่อให้เกิดนวัตกรรมที่เป็นที่ยอมรับ การไปศึกษาดูงานกับ Tesco LAB ครั้งนี้ทำให้ผมเห็นช่องว่างว่าเรายังขาดเรื่องในเรื่องความเข้าใจ ปัจจัย และ variations ของ Risks ซึ่งต้องยอมรับว่าประเทศไทยเราไม่ใช่ประเทศสร้างนวตกรรม และเราเองก็ยังห่างจากเรื่องพวกนี้อยู่มาก ตลอดการใช้ชีวิต 7 วันในลอนดอน ผมพบว่า ความเป็นเมืองของที่นี่ไม่ต่างจากไทยเยอะครับ ที่นี่มีความเจริญทางวัตถุ ที่ผสานกับวัฒนธรรมของอังกฤษ เหมือนๆกันกับเรา และที่นี่ก็ยังเจอกับปัญหาต่างๆ ไม่แพ้เรา ซึ่งไม่มีอะไรง่ายเลย สำหรับผม ที่นี่ไม่ได้ทำให้ผมรู้สึกว่าคนไทย ‘ตัวเล็ก’ ไปกว่าใครเลย ผมแค่อยากจะให้ทุกคนเปลี่ยนมุมมองในการพัฒนาด้านนวัตกรรมและนำมันมาปรับใช้ให้เข้ากับบริบทของสังคมเรา เพื่อให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืนครับ"  - หลวง

“หลังจากจบงาน Lotus Hackathon ที่ผ่านมา การเดินทางไป Ecosystem Tour ที่ประเทศอังกฤษครั้งนี้ ก็เหมือนไปย้ำความมั่นใจ เติมเหตุผลของสิ่งที่ขาด ตัวเลขที่วัดแนวโน้ม แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเพราะว่าเมืองไทยเป็นประเทศที่กำลังพัฒนา ยังมีช่องว่างหลายๆ อย่างที่เราต้องเรียนรู้จากข้างนอกอีกเยอะ นอกจากความแตกต่างระหว่าง Tesco ในเมืองไทยกับอังกฤษอย่างเห็นได้ชัดแล้ว ในเรื่องของการวางโครงสร้างองค์กรที่ Tesco อังกฤษ ยังได้มีการสร้าง LAB ขึ้นมา ซึ่งคนที่ทำงานในนี้ก็ประกอบไปด้วย  PHD ที่มีความตรงไปตรงมาในการทำงาน  เทคโนโลยีที่ใช้ในนี้ก็เป็นเทคโนโลยีแบบ Worldwide ที่สามารถเอามาแก้ปัญหาของ Tesco LAB ที่มีปัญหาโดยตรง รวมถึงการหา Product จาก LAB ต่างๆ มาเพื่อแก้ปัญหาด้วย ห้องทำงานใน LAB นี้ถือเป็นที่ทำงานที่สวย น่านั่งทำงานมากที่นึงเลยล่ะ ที่นี่นอกจากจะให้ความสำคัญในเรื่องคุณภาพสินค้าแล้วยังให้ความสำคัญในเรื่องของการดูแลทรัพยากรคนด้วย  เพราะเค้าเชื่อว่าการจัดสรรพื้นที่การทำงานให้กับพนักงานอย่างเหมาะสมและไม่แออัดกันจนเกินไป จะช่วยให้พนักงานทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพการไป Ecosystem Tour ที่ประเทศอังกฤษในครั้งนี้ นับเป็นประสบการณ์ที่ดีและสนุกมากๆ ถือเป็นการไปดูงานที่มีความสุขงานหนึ่งมาก และทาง Tesco เองก็ให้โอกาสพวกเราได้กำหนดโปรแกรมเที่ยวเองอย่างอิสระด้วย ผมและทีมที่ไปด้วยกันพยายามสังเกตุทุกอย่างใน ลอนดอนระหว่างเที่ยว ตั้งแต่ระบบต่างๆ ในท่าอากาศยาน ระบบรถไฟใต้ดิน ทางเดินต่างๆ ป้ายโฆษณา รถไฟบนดิน ร้านค้าย่อย สถานที่สำคัญ พิพิภัณฑ์และอื่นๆ เยอะแยะไปหมด ทุกอย่างมีระบบที่ดีที่เอื้อต่อผู้ใช้งานและน่าเอามาเป็นตัวอย่างในประเทศเรามาก จากที่ได้เข้าไปพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับทาง Tesco ก็ได้เห็นภาพรวมขององค์กรนี้ รวมถึงบรรยากาศการทำงานที่สนุกจนอยากเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในทีม รวมถึงการที่ทาง Tesco ให้ความสำคัญกับพนักงานและสถานที่ทำงาน ที่ไม่ได้เป็นแค่ที่ทำงานแต่เป็นที่แลกเปลี่ยนความรู้กัน ระหว่างเดินดูงานอยู่นั้น เราก็ได้เห็นว่ามีบางทีมมาขาย Idea Startup ของตนเองให้กับเพื่อนร่วมงานทีมอื่นๆ เพื่อเป็นการ Test Product อย่างเช่นระบบการเทรนนิ่ง สถานที่เทรนนิ่งคน การโชว์นวัตกรรม เลยทำให้บรรยากาศการทำงานที่นี่กลายเป็นพื้นที่ปล่อยของ มีคน Pitch Idea และมีคนช่วยกันตั้งคำถามรวมถึงแลกเปลี่ยนไอเดียกัน ทั้งนี้ทุกคนต่างก็มีเป้าหมายร่วมกัน คือช่วยกันแก้ไขปัญหาและพัฒนาระบบที่ดีของ Tesco น่าเสียดายเหลือเกินครับ เรื่องที่ผมเล่าไปข้างต้นเราไม่สามารถนำภาพบรรยากาศห้องทำงานมาให้ชมได้ ถ้าใครสนใจก็อยากแนะนำให้ติดตามข่าวสารการสมัครเพื่อเข้าร่วมโปรแกรม Hackathon ของทาง Tesco ในครั้งต่อไปนะครับ เผื่อว่าจะได้มีโอกาสมาที่นี่เหมือนกับพวกเรา" - ดิน  


HUBBA Thailand
Contact19 Soi Ekkamai 4, Sukhumvit 63 Rd., Prakanong Nua, Wattana Bangkok 10110
+662 714 3388 | connect@hubbathailand.com
Copyright © 2018. All rights reserved